Mar
“Consumer Experience Management สร้างความทรงจำ(ดีๆ)ไม่รู้ลืมให้ธุรกิจ”
Filed Under (Uncategorized) by kkool on 23-03-2009
น่าสนใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกขณะนี้จะเป็นอย่างไร ทว่าแวดวงการตลาดยังขับเคลื่อนตัวเองอยู่ตลอดเวลา จริงอยู่กระบวนการตัดสินใจต่างๆ อาจยับยั้งชั่งใจมากขึ้น คำนึงถึงผลได้ผลเสียมากขึ้น ไม่มีคำว่าบุ่มบ่าม แต่ไม่มีใครยอมหยุดตัวเองอยู่กับที่เป็นอันขาด
ส่วนตัวของผมมีความรู้สึกด้วยซ้ำว่า โลกของการตลาด ก้าวไปข้างหน้ารวดเร็วเหลือเกิน เผลอละสายตาไปแค่แป๊บเดียว อาจตกขบวนการตลาดยุคใหม่ดื้อๆ
ไม่ต้องดูอื่นไกล เดี๋ยวนี้มีศัพท์การตลาดใหม่ๆ ที่มีความหมายใหม่ๆ เกิดเป็นดอกเห็ด เช่น คำจำพวก Touch Point, Consumer Access, Connect ฯลฯ
หากเราเกิดเผลอละสายตา มีโอกาสตกขบวน และอาจถูกคู่แข่งแซงหน้าแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากองค์กรของเรามัวหลงชื่นชมกับความสำเร็จเก่าๆ ในอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้เตรียมตัวน้ำตาตกเสียแต่เนิ่นๆ ได้เลย
แต่มีเหมือนกัน ‘เครดิต’ ในอดีตที่สั่งสมมา ช่วยให้แบรนด์อยู่ยงคงกระพัน ‘ประสบการณ์ดีๆ ที่ผู้บริโภคเคยได้รับ’ ยังตราตรึงในใจผู้บริโภคไม่เสื่อมคลาย เป็นคำตอบที่ว่าเพราะอะไร แบรนด์ต่างๆ ต้องสะสม ‘แต้มต่อ’ ด้วยการสร้างประสบการณ์ดีๆ ขึ้นในใจผู้บริโภค
การสะสม ‘แต้มต่อ’ ในลักษณะนี้กำลังได้รับความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจที่ว่า …รักษาลูกค้าเก่าเอาไว้ ง่ายกว่าการสร้างลูกค้าใหม่ ถึงขนาดมีผู้บัญญัติศาสตร์ Consumer Experience Management (CEM) ทีเดียวเชียว
การประชุมระดับนานาชาติในสหรัฐอเมริกา ที่ผมมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ โปรเฟสเซอร์จากวอร์ตัน (The Wharton Business School of the University of Pennsylvania) พูดถึงพัฒนาการด้านนี้ว่า ชั่วโมงนี้การมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจำเป็นต้องก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง
จาก Consumer Oriented นำไปสู่ Consumer Focus เวลานี้ควรก้าวสู่ Consumer Experience ได้แล้ว จากเหตุผลง่ายๆ เมื่อเรา Access โฆษณาสื่อตรงถึงผู้บริโภค ต้องสร้างสิ่งนั้นให้เป็น ‘ประสบการณ์’ ตราตรึงอยู่กลางใจผู้บริโภค ต้องเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคให้ได้ว่าพวกเขาต้องการอะไร จากนั้นจึงค่อยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เมื่อใช้แล้วเกิด ‘ประสบการณ์’ ดีๆ ระดับห้าดาวออกมาให้ได้
ตัวอย่างธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ คือ ‘ริทซ์ คาร์ลตัน’ เชนโรงแรมระดับห้าดาวที่มีจุดขายอยู่ที่การให้ ‘บริการ’ เหนือระดับ ผู้บริหารโรงแรมเริ่ดหรูแห่งนี้ถ่ายทอดให้ฟังในการประชุมเดียวกันว่า รายได้ 80 เปอร์เซ็นต์ของริทซ์ คาร์ลตัน มาจากลูกค้าเก่าผู้ที่เคยใช้บริการในโรงแรมแห่งนี้ ทำให้ในยามที่เศรษฐกิจไม่ดี คนประหยัดเงิน แต่ ริทซ์ คาร์ลตัน’ ยังมีกลุ่มลูกค้าเหนียวแน่น
อีกตัวอย่างหนึ่งที่ถือเป็น ‘ตัวแม่’ หรือ เจ้าแห่งการสร้างประสบการณ์เหนือระดับคือ ‘เล็กซัส’ เพราะนอกจากมีความคุ้มค่า คุ้มราคา ยังมีเซอร์วิสไม่มีใครเทียบได้ โปรเฟสเซอร์ที่มาบรรยายเล่าว่า ครอบครัวของตัวเองใช้เล็กซัสเป็นคันที่ 3 แล้ว เริ่มต้นเลย ตอนจะไปซื้อรถยนต์ครั้งแรก ตั้งใจไปโชว์รูมของค่ายรถหรูยุโรป แต่ไม่ได้รับการต้อนรับที่ดี ตรงข้ามกับเล็กซัสที่ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม บริการนี้มีมาตรฐานเดียวกันในทุกโชว์รูม
โปรเฟสเซอร์ บอกว่า ประสบการณ์ไม่รู้ลืม เกิดขึ้นหลังจากครั้งหนึ่ง ภรรยานำรถไปรับบริการ พอไปรับรถกลับคืน นอกจากล้างและขัดเคลือบให้อย่างดี ปรากฏว่ามีช่อดอกไม้วางอยู่บนแดชบอร์ด เรียกว่าสุดยอดจริงๆ
ประสบการณ์เหนือระดับที่ได้รับกลายเป็นจุดขายชั้นดีของ ‘เล็กซัส’ จนถึงทุกวันนี้
ส่วนในบ้านเรา ที่ใช้จุดนี้เป็นจุดขายแบบเงียบๆ มานาน คือ โรงแรมโอเรียนเต็ล เช่นเดียวกับโรงพยาบาลเอกชนหลายๆ แห่งก็ใช้กลยุทธ์นี้ ถึงจะเป็นโรงพยาบาลแต่บรรยากาศและการให้บริการเทียบเท่ากับโรงแรม หรือพวกโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ ก็น่าจะอยู่ในข่ายใช้กลยุทธ์นี้ ว่ากันว่าไม่มีโรงหนังไหนหรูหราเท่าบ้านเราอีกแล้ว
ประเด็นของ Consumer Experience Management เป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจแอมเวย์ ที่ผมดูแลอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะประสบการณ์ที่เกิดจาก ‘ประสิทธิภาพ’ ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะทำการวิจัยการตลาดกี่ครั้งกี่หน จะได้รับคำตอบเหมือนๆ กันว่าผู้บริโภคจะประทับใจในสิ่งนี้
เพราะประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์นี่เอง ที่เมื่อมีโอกาสได้ทดลองใช้ ผู้บริโภคมักติดอกติดใจ กลายเป็นลูกค้าประจำไปในที่สุด
ปรีชา ประกอบกิจ
กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งคนส่วนใหญ่ยอมรับและถือว่าเป็นบริษัทแรกๆที่รุกเข้ามาบุกเบิกตลาดขายตรงแบบหลายชั้น( MLM)
